Skip to content
ค้นหา

ตำแหน่งเฉลี่ยใน Google Ads: อธิบายและเช็คลิสต์

ตำแหน่งเฉลี่ยใน Google Ads เป็นคำอธิบายเชิงประวัติศาสตร์ของลำดับเฉลี่ยที่โฆษณาปรากฏเมื่อเทียบกับคู่แข่งบนหน้าผลลัพธ์; เมตริกนี้ถูกยกเลิกจาก UI แต่แนวคิดยังใช้ได้ — ปัจจุบันควรวิเคราะห์ด้วยตัวชี้วัดการแสดงผลบนสุดและ Ad Rank

ตำแหน่งเฉลี่ยใน Google AdWords: คู่มือฉบับสมบูรณ์

ตำแหน่งเฉลี่ยคืออะไร?

ตำแหน่งเฉลี่ย (average position) เป็นแนวคิดที่ใช้อธิบายลำดับเฉลี่ยที่โฆษณาปรากฏบนหน้าผลการค้นหาเมื่อเทียบกับโฆษณาอื่น ๆ โดยในทางปฏิบัติจะสะท้อนว่าตำแหน่งโฆษณาของคุณอยู่ใกล้ส่วนบนของหน้าแสดงผลหรือไม่ แต่ต้องระบุว่า Google ได้ยกเลิกการแสดงเมตริก "ตำแหน่งเฉลี่ย" ในอินเทอร์เฟซ Google Ads แล้วและแทนที่ด้วยเมตริกที่บ่งชี้การแสดงผลบนตำแหน่งบนสุด (top) และตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์ (absolute top) ร่วมกับการดู Ad Rank

ทำไมตำแหน่งเฉลี่ยถึงสำคัญสำหรับ SEO

ตำแหน่งโฆษณามีความสัมพันธ์เชิงปฏิสัมพันธ์กับงาน SEO แต่ไม่ได้เป็นสัญญาณโดยตรงในการจัดลำดับผลการค้นหาทางธรรมชาติ (organic). โฆษณาไม่ได้ถูกเก็บไว้ในดัชนีเว็บเพื่อมีผลกับการจัดอันดับออร์แกนิก: การโฆษณาเกี่ยวข้องกับการประมูลและ Ad Rank ส่วนการจัดอันดับออร์แกนิกใช้สัญญาณอื่น ๆ ที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรแยกผลการวัดระหว่างโฆษณาและผลการค้นหาออร์แกนิกเมื่อตีความข้อมูล

กลไกการทำงานของตำแหน่งโฆษณา

ตำแหน่งโฆษณาเกิดจากการคำนวณ Ad Rank ในระบบโฆษณาของ Google ซึ่งพิจารณาปัจจัยหลายอย่าง เช่น จำนวนเงินเสนอราคา ความคาดหวังของอัตราการคลิก (expected CTR), ความเกี่ยวข้องของโฆษณา และประสบการณ์ของหน้าแลนดิ้งเพจ ปัจจัยบริบทของการค้นหา (เช่นอุปกรณ์ ตำแหน่ง และเวลากิจกรรม) ก็มีผลด้วย เมตริกตำแหน่งเฉลี่ยเดิมบอกเฉพาะลำดับสัมพัทธ์ แต่หลังการยกเลิก ควรวัดผ่านตัวชี้วัดการแสดงผลบนสุดและ Impression share เพื่อเข้าใจมุมมองจริงของการวางตำแหน่ง

ประเภทของตำแหน่งและเมตริกที่ใช้แทนตำแหน่งเฉลี่ย

ต่อไปนี้เป็นการเปรียบเทียบเมตริกที่ควรใช้แทนตำแหน่งเฉลี่ย:

Average position (เชิงประวัติศาสตร์) — ข้อดี: ให้ภาพรวมของลำดับสัมพัทธ์จากอดีต; ข้อเสีย: ถูกยกเลิกใน UI และไม่บอกว่าโฆษณาอยู่ "บนสุด" หรือไม่

Search top impression rate / Impr. (Top) % — ข้อดี: บอกสัดส่วนการแสดงผลในตำแหน่งบนสุดของหน้าผลการค้นหา; ข้อเสีย: ไม่บอกลำดับสัมพัทธ์แบบตัวเลข แต่ชัดว่าปรากฏบนตำแหน่งบนสุดหรือไม่

Search absolute top impression rate / Impr. (Abs.Top) % — ข้อดี: ระบุการปรากฏแบบตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์ (บรรทัดแรกของผลลัพธ์); ข้อเสีย: อาจมีปัจจัยบริบทมาก เช่น อุปกรณ์และตำแหน่งผู้ค้นหา

การเริ่มต้นตรวจวัดตำแหน่งโฆษณา

ขั้นตอนเริ่มต้นเมื่อคุณต้องการวัดการวางตำแหน่งโฆษณาอย่างถูกต้อง:

1) เปิดคอลัมน์ที่เกี่ยวข้องใน Google Ads: เพิ่มคอลัมน์เช่น "Impr. (Top) %", "Impr. (Abs.Top) %", "Search top IS" และ "Search abs. top IS" เพื่อดูสัดส่วนการแสดงผลบนตำแหน่งบนสุด

2) ใช้รายงาน Auction Insights เพื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งและดูโอกาสปรับกลยุทธ์การเสนอราคา

3) แบ่งข้อมูลตามอุปกรณ์ ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ และช่วงเวลา เพื่อเข้าใจปัจจัยบริบทที่มีผลต่อการวางตำแหน่ง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

• มุ่งเป้าแต่ตำแหน่งตัวเลขโดยไม่พิจารณาค่าใช้จ่ายและผลลัพธ์ (CPA/ROAS).
• สับสนระหว่างตำแหน่งโฆษณาและการจัดอันดับออร์แกนิก.
• ไม่แบ่งแยกข้อมูลตามอุปกรณ์หรือบริบทการค้นหา.
• ยังคงอาศัย "average position" ในรายงานเก่าโดยไม่ปรับมาใช้เมตริกการแสดงผลบนสุด

ตำแหน่งเฉลี่ยตรวจสอบ: รายการเช็คลิสต์ทางเทคนิค

**เปิดคอลัมน์ Impression-top** — ที่ไหนตรวจสอบ: Google Ads (คอลัมน์การวัดผล) — ผ่านเมื่อคุณเห็นค่า "Impr. (Top) %" ที่แสดงค่าตามช่วงเวลาที่ต้องการ

**ตรวจ Auction Insights** — ที่ไหนตรวจสอบ: Google Ads > Auction insights — ผ่านเมื่อคุณสามารถเปรียบเทียบ share และ overlap กับคู่แข่งหลักของแคมเปญ

**แบ่งตามอุปกรณ์/ภูมิภาค** — ที่ไหนตรวจสอบ: รายงานการแยกเซกเมนต์ใน Google Ads — ผ่านเมื่อข้อมูลแยกแสดงแนวโน้มแตกต่างกันและคุณมีแผนปรับเสนอราคา/ข้อความตามเซกเมนต์

การตรวจสอบและแก้ปัญหา (Tools & วิธีการ)

Google Ads UI — ใช้เพื่อเปิดคอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง, ดู Auction Insights, และแยกเซกเมนต์ตามอุปกรณ์/ภูมิภาค. Ad Preview and Diagnosis tool — ตรวจว่าโฆษณาของคุณปรากฏจริงสำหรับคำค้นที่ระบุโดยไม่กระทบอัตราการแสดงผลจากการค้นหาจริงของคุณ. Google Ads API — ใช้เมื่อคุณต้องการดึงข้อมูลเชิงโปรแกรม เช่น Impression share รายวันในระดับแคมเปญหรือกลุ่มโฆษณา.

ตรวจบน SERP จริง — ใช้ Ad Preview เพื่อจำลองตำแหน่ง/อุปกรณ์/ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ แทนการใช้เบราว์เซอร์ปกติซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากประวัติการค้นหาและการตั้งค่าบุคคล

ตรวจหน้าแลนดิ้งเพจ — ใช้เครื่องมือเช่น Chrome DevTools หรือ curl -I เพื่อยืนยันว่าเพจตอบสถานะ HTTP 200, หัวข้อสำคัญเช่น header ที่เกี่ยวข้อง และเวลาตอบสนองของเซิร์ฟเวอร์; ปรับปรุง UX/ความเร็วเพื่อปรับปรุงคะแนนด้านประสบการณ์หน้าแลนดิ้ง

หมายเหตุเกี่ยวกับการครอว์ล/การจัดเก็บ/การจัดลำดับ: การแสดงผลโฆษณาเกี่ยวข้องกับการประมูลแบบเรียลไทม์และไม่ใช่กระบวนการครอว์ลหรือจัดเก็บในดัชนีเว็บ การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าโฆษณาจะส่งผลต่อ Ad Rank และโอกาสในการปรากฏ แต่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ใช่สัญญาณการจัดอันดับออร์แกนิก

อ่านคู่มือ Technical SEO

คำถามที่พบบ่อย

Q: ตำแหน่งเฉลี่ยยังมีให้ใช้งานใน Google Ads ไหม?

A: เมตริกชื่อ "average position" ถูกยกเลิกจากอินเทอร์เฟซ Google Ads แล้ว; แทนที่จะใช้ตำแหน่งเฉลี่ย ควรใช้เมตริกที่แสดงการแสดงผลบนตำแหน่งบนสุด เช่น "Impr. (Top) %" และ "Impr. (Abs.Top) %" รวมทั้งดู Ad Rank และ Impression share

Q: การปรับตำแหน่งโฆษณาจะช่วย SEO ออร์แกนิกหรือไม่?

A: โดยทั่วไป การเปลี่ยนแปลงที่ทำในระดับโฆษณา (เช่นการเพิ่มงบหรือปรับข้อความโฆษณา) จะไม่เป็นสัญญาณในระบบจัดอันดับออร์แกนิกของ Google; อย่างไรก็ตาม แคมเปญโฆษณาที่พาอัตราเข้าชมที่มีคุณภาพสูงไปยังหน้าแลนดิ้งสามารถส่งผลทางอ้อมต่อพฤติกรรมผู้ใช้ซึ่งอาจมีผลต่อการวัดประสิทธิภาพเว็บไซต์ในวงกว้าง แต่ไม่เท่ากับเป็นสัญญาณจัดอันดับออร์แกนิกโดยตรง

Q: ถ้าต้องการเพิ่มโอกาสที่โฆษณาจะขึ้นเป็น "absolute top" ควรทำอย่างไร?

A: ปรับปรุงองค์ประกอบของ Ad Rank ได้แก่ การเสนอราคาที่เหมาะสม, ปรับปรุง expected CTR โดยการทดสอบข้อความโฆษณา, เพิ่มความเกี่ยวข้องของโฆษณากับคำค้น และปรับปรุงประสบการณ์หน้าแลนดิ้ง การใช้รายงาน Impression (Abs.Top) และ Auction Insights จะช่วยวัดผลการปรับปรุงได้

คำที่เกี่ยวข้อง