Skip to content
ค้นหา

วิธีการทำ link building ที่ถูกต้อง

แนะนำขั้นตอนการทำ link building ที่ถูกต้อง: เลือกแหล่งที่มาคุณภาพ ตรวจสอบการมีอยู่ของ backlinks จากภายนอก และปฏิบัติตามนโยบายของ Google

วิธีการทำ Linkbuilding ที่ถูกต้อง

ภาพรวม: สิ่งที่บทความนี้ให้คุณได้

บทความนี้อธิบายหลักปฏิบัติสำหรับการทำ link building ที่ถูกต้องและยั่งยืน — วิธีแยกแยะแหล่งลิงก์คุณภาพ การตรวจสอบ backlinks โดยไม่ต้องเข้าถึง Search Console ของผู้อื่น วิธีกู้คืนลิงก์หาย และสิ่งที่ต้องระวังตามนโยบายของ Google

ทำไม link building ยังสำคัญ

Backlink คือการเชื่อมโยงที่ชี้จากหน้าเว็บหนึ่งมายังอีกหน้าเว็บหนึ่ง — ทั้งคุณภาพและบริบทของ backlink มีผลต่อการรับรู้ความเกี่ยวข้องและความน่าเชื่อถือของเนื้อหา โดยทั่วไป ลิงก์จากเนื้อหาแบบ editorial ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของคุณจะมีค่าน่าสนใจกว่าลิงก์ที่ได้จาก directories หรือเว็บที่เปิดให้ใส่ลิงก์ได้อย่างเสรี

ควรจำไว้ว่าการจัดอันดับบน Search ประกอบด้วยขั้นตอนที่ต่างกัน: การ crawling คือการค้นพบและดึงหน้าเว็บ, การ indexing คือการตัดสินใจเก็บเนื้อหาเข้าดัชนี, และการ ranking คือการจัดลำดับผลลัพธ์ในหน้า SERP — backlink ช่วยส่งสัญญาณความเกี่ยวข้องและความน่าเชื่อถือ แต่ไม่ได้เป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว

กลยุทธ์ link building ที่ถูกต้อง

เน้นบริบทและความเกี่ยวข้อง

เลือกแหล่งที่มาที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของคุณ: หน้าในกลุ่มเดียวกันหรือเว็บไซต์ที่มีผู้อ่านเป้าหมายเหมือนกัน มาตรฐานที่ควรพิจารณารวมถึงคุณภาพเนื้อหา ความน่าเชื่อถือของผู้เผยแพร่ และความเป็นไปได้ที่ผู้อ่านจะคลิกเข้าไปอ่าน

หลีกเลี่ยงวิธีที่มุ่งแต่ปริมาณ

ลิงก์จาก directories แบบเปิดหรือเครือข่ายลิงก์ที่สร้างขึ้นเพื่อ SEO โดยเฉพาะ มักให้คุณภาพต่ำและสร้างความเสี่ยงเชิงนโยบาย การลงทุนเวลาในเนื้อหาและ outreach ที่ได้ลิงก์เชิงบรรณาธิการจะให้ผลที่ยั่งยืนกว่า

วิธีปฏิบัติที่ได้ผล (เชิงปฏิบัติ)

ตัวอย่างวิธีการที่ควรใช้: การได้ลิงก์จากเนื้อหาเชิงบรรณาธิการ (editorial links), การทำ resource page outreach, broken-link building (หา 404 บนเว็บไซต์เป้าหมายแล้วเสนอเนื้อหาแทน), การเผยแพร่งานวิจัยหรือข้อมูลเชิงลึกที่คนอยากอ้างอิง และ guest posting บนเว็บที่มีมาตรฐานบรรณาธิการชัดเจน

เมื่อต้องประเมินผู้เผยแพร่ ให้ใส่น้ำหนักกับสัญญาณการเข้าถึงและการจัดทำดัชนีของหน้า (indexability) มากกว่าการดูค่าจากเครื่องมือภายนอกเพียงอย่างเดียว — BlogDrip ระบุผู้เผยแพร่ที่ผ่านการยืนยันและแสดงสภาพการเข้าถึงจริงของหน้าเพื่อช่วยให้คุณเลือกผู้เผยแพร่ที่เหมาะสม

การตรวจสอบ backlinks จากมุมมองภายนอก (checklist)

ถ้าคุณไม่มีสิทธิ์เข้า Google Search Console ของผู้เผยแพร่ ให้ใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อยืนยันสถานะของ backlink จากภายนอก:

  • ดูซอร์ส HTML หน้าเว็บ: เปิด view-source หรือใช้ curl เพื่อดูว่าลิงก์อยู่ใน HTML จริงหรือไม่ (เช่น curl -L https://publisher.example/page )
  • ตรวจการเรนเดอร์: เปิดหน้าใน Chrome DevTools (Elements) เพื่อยืนยันว่าลิงก์ปรากฏใน DOM หลังการรัน JavaScript — ลิงก์ที่ถูกแสดงเฉพาะหลัง client-side render อาจไม่ถูกดึงหรือจัดอันดับเหมือนลิงก์ที่อยู่ใน HTML ดั้งเดิม
  • เช็ก header และสถานะ HTTP: ใช้ curl -I https://publisher.example/page เพื่อตรวจดูสถานะ 200/301/404 และ header สำคัญ เช่น X-Robots-Tag
  • ทดสอบการให้บริการต่อ user-agent เฉพาะ: หากต้องการเห็น HTML ที่เซิร์ฟเวอร์ส่งให้มือถือ ให้ใช้ curl -A "Mozilla/5.0 (Linux; Android) AppleWebKit/537.36" https://publisher.example/page เพื่อจำลอง Googlebot Smartphone / เบราว์เซอร์มือถือ
  • ตรวจสอบการจัดทำดัชนีอย่างคร่าวๆ: ใช้ site:publisher.example "วลีเฉพาะจากหน้า" เป็นสัญญาณสาธารณะที่ Google รู้จักหน้านั้น แต่ต้องระลึกว่า site: เป็นเพียงสัญญาณ ไม่ใช่การยืนยันอย่างเป็นทางการ

รวมผลลัพธ์จากหลายวิธีข้างต้นก่อนตัดสินใจว่า backlink นั้นมีค่าเพียงพอ การตรวจสอบจากภายนอกเป็นทักษะสำคัญเมื่อ você ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลภายในของผู้เผยแพร่ได้

ตัวอย่างรูปแบบ attribute ของลิงก์และการใช้งานตามบริบท

เมื่อต้องระบุประเภทของลิงก์ให้ชัดเจน ใช้รูปแบบ HTML ดังนี้:

ลิงก์ปกติ (ไม่มี rel พิเศษ): ตัวอย่าง — เป็นลิงก์ปกติที่ไม่มี rel=nofollow/rel=sponsored/rel=ugc

สำหรับการประกาศว่าเป็นเนื้อหาที่ได้รับค่าตอบแทน ใช้: ตัวอย่าง

สำหรับลิงก์ในความคิดเห็นของผู้ใช้หรือ forum ใช้: ตัวอย่าง

Google, paid links และ link spam — สิ่งที่ต้องรู้

ตามแนวทางของ Google ลิงก์ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อชักนำการจัดอันดับถือเป็น link spam การชำระเงินเพื่อให้ได้ลิงก์ควรระบุด้วย rel="sponsored" หรือ rel="nofollow" (rel="ugc" เหมาะกับเนื้อหาที่ผู้ใช้เป็นผู้สร้าง) การใช้ attribute เหล่านี้ช่วยให้ความสัมพันธ์เป็นไปอย่างโปร่งใสตามแนวปฏิบัติของเครื่องมือค้นหา

สิ่งสำคัญ: rel="nofollow" ถูกปฏิบัติเป็น hint โดย Google — วิธีการปฏิบัติต่อฮินต์เหล่านี้อาจแตกต่างกันไปและไม่เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด ดังนั้นอย่าพึ่งพาการตั้งค่า rel เพียงอย่างเดียวเป็นกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง

Google แยกความแตกต่างระหว่าง manual actions (การดำเนินการด้วยมือที่ผู้ดูแลตรวจสอบและแจ้งใน Search Console ของเจ้าของโดเมน) กับการปรับผลลัพธ์แบบอัลกอริธึมอัตโนมัติ — การปฏิบัติตามแนวทางและการใส่ rel ที่เหมาะสมจะลดความเสี่ยงของการถูกจัดเป็น link spam

การกู้คืนลิงก์ที่หาย (missing backlinks) — ขั้นตอนปฏิบัติ

เมื่อลิงก์ที่เคยมีหายไป ให้ทำตามขั้นตอนนี้เป็นลำดับ:

  • ระบุหน้าและ referring URL ที่หายไปโดยใช้เครื่องมือตรวจ backlink ที่คุณใช้อยู่ (ตัวอย่างเช่นฟีเจอร์ Lost/Lost Backlinks ของเครื่องมือบางตัว)
  • ตรวจดูว่าเพจของผู้เผยแพร่ยังคงออนไลน์หรือเปล่า (curl -I) และไม่มี header ที่สั่งห้ามการจัดทำดัชนี เช่น X-Robots-Tag: noindex
  • ติดต่อ webmaster อย่างสุภาพ ระบุหน้าเดิมและแสดงเหตุผลว่าทำไมหน้า/ลิงก์ควรยังคงอยู่ — การติดต่อครั้งนี้เป็นโอกาสสร้างความสัมพันธ์และอัปเดตเนื้อหา
  • หากหน้าเปลี่ยน URL ขอให้ webmaster ทำ redirect 301 มาที่หน้าใหม่ หรือตรวจสอบโอกาสที่จะใส่ลิงก์กลับเข้าไปในเนื้อหาใหม่

การวัดผลและการจัดการความเสี่ยง

ติดตามคุณภาพของลิงก์ด้วยการดูสัญญาณเช่นการเชื่อมโยงเชิงบรรณาธิการ ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา ปริมาณการเข้าชมที่เข้ามาจากลิงก์ และสถานะการจัดทำดัชนีของหน้า หากคุณซื้อที่วางลิงก์หรือ sponsored placement ให้แน่ใจว่าได้กล่าวชัดเจนว่าเป็น sponsored และตรวจสอบว่าผู้เผยแพร่ไม่ปิดกั้นการเข้าใช้งานสำหรับบอทหรือผู้ใช้

หมายเหตุด้าน mobile-first: Google ใช้เวอร์ชันบนอุปกรณ์พกพาเป็นฐานหลักสำหรับ crawling และ indexing; ตั้งแต่กรกฎาคม 2024 Googlebot Smartphone ถูกใช้เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการเก็บข้อมูลสำหรับ Search ดังนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาและลิงก์ที่สำคัญสามารถเข้าถึงได้จากเวอร์ชันมือถือด้วย

สรุปแบบปฏิบัติได้เลย

สรุป: ให้ความสำคัญกับคุณภาพและบริบทของลิงก์ ตรวจสอบการมีอยู่ของลิงก์จากมุมมองภายนอก ใช้ rel attribute ที่เหมาะสมเมื่อเป็น paid placements และสร้างความสัมพันธ์กับผู้เผยแพร่เพื่อกู้คืนหรือรักษา backlinks ที่มีคุณค่า

คำถามที่พบบ่อย

Q: ลิงก์แบบไหนควรใช้ rel="sponsored"?

A: ลิงก์ที่ได้รับค่าใช้จ่ายหรือเป็นส่วนหนึ่งของการชำระเงินหรือการแลกเปลี่ยนมูลค่าควรประกาศด้วย rel="sponsored" หรือ rel="nofollow" เพื่อความโปร่งใสตามแนวทางของ Google

Q: ถ้าลิงก์อยู่ในหน้าแต่ Google ไม่แสดงในผลการค้นหา หมายความว่าลิงก์ไร้ค่าไหม?

A: หากหน้านั้นไม่ได้ถูกจัดทำดัชนีโดย Google จะทำให้ backlink นั้นมีค่าน้อยลง แต่การที่หน้าไม่ปรากฏใน site: search ไม่ได้หมายความว่าหน้าไม่อยู่ในดัชนีเสมอไป — ตรวจสอบจากหลายแหล่งและจากสัญญาณการเข้าถึงเพื่อประเมินค่าอย่างรอบด้าน

Q: ควรใช้บริการแลกเปลี่ยนลิงก์หรือเครือข่าย PBN ไหม?

A: เครือข่ายลิงก์ที่สร้างขึ้นเพื่อจัดอันดับมักมีความเสี่ยงสูงและขาดบริบทเชิงบรรณาธิการ — แนวทางที่แนะนำคือมุ่งไปที่ลิงก์เชิงบรรณาธิการจากแหล่งที่เชื่อถือได้และเกี่ยวข้องกับเนื้อหา

Q: เครื่องมือภายนอกช่วยตรวจ missing backlinks ได้อย่างไร?

A: เครื่องมือ SEO หลายตัวมีฟีเจอร์รายงานลิงก์ที่หายไป (lost/removed backlinks) ช่วยระบุ referring URL ที่เคยชี้มาหาคุณ จากนั้นคุณสามารถตรวจสอบเพจนั้นด้วย curl หรือ DevTools และติดต่อ webmaster เพื่อตรวจสอบสาเหตุและโอกาสกู้คืน

บทความที่เกี่ยวข้อง