Skip to content
ค้นหา

จะทำ link building เมื่อไม่มีใครอยากลิงก์ถึงเว็บไซต์ของคุณ

วิธีหาและยืนยัน backlinks เมื่อเว็บไซต์ของคุณยังไม่ถูกลิงก์ถึง: เทคนิคหา intersection, คอนเทนต์ภาพ, การยืนยันด้วยเครื่องมือจากภายนอก และข้อควรระวังตามนโยบายของ Google

วิธีสร้างลิงก์เมื่อเว็บไซต์ของคุณไม่เป็นที่ต้องการ

เกริ่นสั้น ๆ: บทความนี้ให้ผลลัพธ์ที่ทำได้จริง

ถ้าคุณรู้สึกว่าต้องไล่ล่าลิงก์ด้วยตัวเอง นี่คือคู่มือปฏิบัติที่เน้นกลยุทธ์ที่ทำได้จริง: วิธีค้นหาผู้เผยแพร่ที่มีแนวโน้มจะยอมใส่ลิงก์ การสร้างคอนเทนต์ที่ดึงลิงก์ การยืนยันจากภายนอกเมื่อคุณไม่มีสิทธิ์เข้าถึง Search Console ของไซต์ภายนอก และข้อควรระวังตามนโยบายของ Google ในสภาพแวดล้อมที่ Search Generative Experience เกิดขึ้นทั่วไปในผลการค้นหา

1) ทำความเข้าใจปัญหาและพื้นฐานเชิงกลไก

ก่อนลงมือให้แยกให้ชัดระหว่างการค้นหา (crawl), การจัดเก็บ (index) และการจัดลำดับผล (rank): การที่หน้าเว็บถูกค้นพบไม่จำเป็นว่า Google จะจัดเก็บหรือจัดอันดับมัน และการจัดเก็บก็ไม่รับประกันตำแหน่งบน SERP

ในบริบทของ link building นั่นหมายความว่า: ลิงก์จากหน้าเว็บที่ถูกจัดเก็บและมาจากบริบทบรรณาธิการที่เกี่ยวข้องจะมีความเป็นไปได้สูงกว่าในการส่งสัญญาณต่อการจัดอันดับ ขณะที่ลิงก์จากหน้าที่ Google ไม่ได้จัดเก็บหรือจากบทความที่ไม่มีผู้อ่านจริงมักมีมูลค่าเชิง SEO น้อยกว่า

2) กลยุทธ์หา backlinks เมื่อไม่มีใครอยากลิงก์

หา 'link intersections' กับคู่แข่ง

แนวคิดคือค้นหาหน้าเจ้าของลิงก์ที่เคยลิงก์ไปยังคู่แข่งของคุณหลายราย — ถ้าเจ้าของเว็บเคยอ้างอิงคู่แข่งสามหรือสี่ราย พวกเขามีแนวโน้มที่จะพิจารณาลิงก์ถึงเว็บของคุณเช่นกัน วิธีปฏิบัติทั่วไป:

  • รวบรวมรายการ backlinks ของคู่แข่งด้วยเครื่องมือภายนอก (เช่น Ahrefs, Majestic, หรือที่คุณใช้งาน) เพื่อหาโดเมนที่อ้างอิงคู่แข่งหลายราย
  • จัดลำดับเป้าหมายตามความเกี่ยวข้องของบริบทบรรณาธิการ แทนการมองแค่ตัวชี้วัดของเครื่องมือภายนอก (เช่น DA/DR) — ตัวชี้วัดเหล่านั้นไม่ใช่สัญญาณของ Google โดยตรง
  • เขียนพีชอีเมลที่ชี้ชัด: อธิบายว่าคอนเทนต์ของคุณจะเสริมบทความของพวกเขาอย่างไร และถ้าเป็นไปได้ ชี้ตัวอย่างหน้าคู่แข่งที่พวกเขาเคยลิงก์มาแล้ว

สร้างคอนเทนต์ภาพและแหล่งข้อมูลที่สามารถอ้างอิงได้

สื่อภาพ เช่น อินโฟกราฟิก ตารางเปรียบเทียบ และชิ้นงานวิชาการสั้น ๆ มักถูกลิงก์แบบธรรมชาติเมื่อถูกเผยแพร่ในบริบทที่เหมาะสม ก่อนส่ง outreach ให้รวบรวมภาพทั้งหมดที่เว็บไซต์คุณมีซึ่ง Google ถูกจัดทำดัชนีไว้ โดยค้นหาผ่าน Google Images และเลือกภาพที่แสดง จากนั้นเตรียมชุดไฟล์ที่ดาวน์โหลดง่าย พร้อมคำแนะนำการให้เครดิต

เมื่อเสนอภาพให้บรรณาธิการ ให้รวมโค้ดตัวอย่างที่รวมลิงก์กลับ เช่น: ตัวอย่าง หรือถ้าเป็นการร่วมมือเชิงสปอนเซอร์ ให้แนะนำให้เพิ่ม rel="sponsored" ดังนี้: ตัวอย่าง ตัวอย่างอื่น ๆ: rel="ugc" สำหรับเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น และ rel="nofollow" เมื่อคุณต้องการแสดงว่าลิงก์เป็นแบบไม่แนะนำ

เข้าร่วมชุมชนและแหล่งข้อมูลในสายอาชีพ

มองหาองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น วารสารท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ บล็อกเฉพาะทาง และหน่วยงานที่มีหน้ารายงานทรัพยากร — หน้าเหล่านี้มักยอมอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ การมีบทความที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนทำให้การขอลิงก์มีความเป็นไปได้สูงขึ้น

3) วิธียืนยันว่าลิงก์มีอยู่จริง (เมื่อคุณไม่มี Search Console ของผู้อื่น)

การตรวจสอบลิงก์บนเว็บไซต์ภายนอกต้องใช้เครื่องมือที่ทำงานจากภายนอก — คุณไม่สามารถใช้ URL Inspection ใน Google Search Console ของคุณเพื่อตรวจไซต์คนอื่นได้ นี่คือรายการตรวจสอบภายนอกที่ใช้ได้จริง:

  • ดูซอร์ส HTML ของหน้าผู้เผยแพร่ (browser View Source หรือ curl) เพื่อยืนยันว่าลิงก์อยู่ใน HTML จริงๆ — การมีอยู่ใน JavaScript หลังการเรนเดอร์อาจต่างจากการอยู่ใน HTML เริ่มต้น
  • ตรวจการเรนเดอร์ด้วย DevTools: เปิด Elements panel เพื่อยืนยันว่าลิงก์ปรากฏต่อผู้ใช้ ไม่ได้ซ่อนด้วย CSS หรือสร้างขึ้นแบบไม่เปิดเผย
  • เช็กสถานะ HTTP และหัวข้อที่เกี่ยวข้องด้วย curl -I <URL> เพื่อตรวจว่าเพจคืนสถานะ 200 และไม่มี header ที่บล็อกการเข้าถึง เช่น X-Robots-Tag: noindex
  • ถ้าต้องการดู HTML สำหรับ user-agent เฉพาะ ให้ใช้ curl -A "Mozilla/5.0 (compatible)" <URL> ซึ่งจะคืน HTML ที่ server ส่งให้ user-agent นั้น (อย่าใช้ -I ถ้าต้องการ body)

การใช้ค้นหาด้วย site: เป็นสัญญาณสาธารณะที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่ใช่การยืนยันแบบแน่นอน — หน้าอาจถูก Google รู้จักแต่ไม่ปรากฏในผล site: หรือกลับกัน

4) การประเมินคุณภาพผู้เผยแพร่และสัญญาณที่ควรให้ความสำคัญ

การประเมินไม่ควรยึดติดกับตัวเลขจากเครื่องมือภายนอกเพียงอย่างเดียว ให้พิจารณาปัจจัยเชิงบริบท:

  • บริบทบรรณาธิการ: ลิงก์นั้นอยู่ในบทความที่เกี่ยวข้องหรือเป็นส่วนของโฆษณา?
  • การเข้าถึงและการมีปฏิสัมพันธ์: หน้าได้รับการเข้าชม มีคอมเมนต์ หรือแชร์หรือไม่ (สัญญาณเหล่านี้ช่วยยืนยันว่าลิงก์อาจสร้างทราฟิกจริง)
  • การจัดทำดัชนี: หน้าและโดเมนถูกจัดเก็บในดัชนีของเครื่องมือค้นหาหรือไม่ — หากไม่ถูกจัดเก็บ ลิงก์มักมีมูลค่าเชิง SEO น้อยกว่า

BlogDrip: เมื่อเลือกผู้เผยแพร่ ให้ให้ความสำคัญกับแง่มุมที่เป็นเชิงเทคนิคและบรรณาธิการ เช่น การจัดทำดัชนี ความเกี่ยวข้อง และบริบทการอ้างอิง — ตลาดที่กรองผู้เผยแพร่ตามสถานะการจัดทำดัชนีและบริบทบรรณาธิการช่วยลดเวลาในการตรวจสอบ (หากคุณต้องการค้นหา publisher ที่ผ่านการตรวจสอบเชิงเทคนิค คุณสามารถดูผู้เผยแพร่โดยตรง)

ดูผู้เผยแพร่สำหรับ backlinks

5) ปฏิบัติตามนโยบายของ Google เกี่ยวกับลิงก์ที่ชำระเงิน/สปอนเซอร์

Google ระบุไว้ว่าลิงก์ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดอันดับสามารถถูกจัดเป็น link spam หากเป็นการชำระเงินควรใช้ rel="sponsored" หรือ rel="nofollow" (rel="nofollow" ถูกมองเป็น hint และไม่ได้รับประกันว่าจะถูกละเลยอย่างเด็ดขาด) การตัดสินใจลงทุนซื้อพื้นที่หรือโพสต์ขึ้นกับบริบทบรรณาธิการ คุณภาพของผู้เผยแพร่ และว่าหน้าถูกจัดเก็บหรือไม่ — ไม่ใช่แค่ตัวชี้วัด DR/DA จากเครื่องมือภายนอก

ตัวอย่างโค้ดสำหรับการระบุลิงก์:

ลิงก์ปกติโดยไม่มี rel: ตัวอย่าง

ลิงก์ที่เป็นสปอนเซอร์: ตัวอย่าง

ลิงก์ที่ผู้ใช้สร้าง: ตัวอย่าง

ลิงก์ที่ต้องการระบุว่าไม่เป็น endorsement: ตัวอย่าง

6) ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ควรหลีกเลี่ยง

  • มุ่งแต่ตัวชี้วัดภายนอก (เช่น DR/DA) โดยไม่ดูบริบทบรรณาธิการและการจัดทำดัชนี
  • รับลิงก์จากหน้าที่ติด noindex หรือไม่ถูกจัดเก็บโดยเครื่องมือค้นหาจำนวนมาก โดยไม่พิจารณาว่าหน้านั้นมีผู้อ่านจริงหรือไม่
  • ซื้อหรือแลกลิงก์ในเครือข่ายที่ไม่มีบริบทบรรณาธิการ — ลิงก์แบบนี้มีความเสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็น link spam

7) แนวทางปฏิบัติและขั้นตอนเช็คลิสต์แบบย่อ

  • รวบรวมรายชื่อเป้าหมายจาก link intersections และชุมชนในสายอาชีพ
  • เตรียมคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์บรรณาธิการ เช่น ชุดภาพ อินโฟกราฟิก หรือบทความที่เป็นแหล่งอ้างอิง
  • ส่ง outreach แบบมีบริบท พร้อมตัวอย่างหน้าคู่แข่งที่ผู้เผยแพร่เคยอ้างอิง
  • ยืนยันลิงก์ด้วย view-source, DevTools, curl และตรวจหัวข้อ HTTP เพื่อยืนยันการเรนเดอร์และสถานะการจัดทำดัชนี

คำถามที่พบบ่อย

ลิงก์จากฟอรัมหรือคอมเมนต์มีค่าหรือไม่?

ลิงก์จากฟอรัมหรือคอมเมนต์มักมี rel="ugc" หรือ rel="nofollow" และมูลค่าทาง SEO มักต่ำเมื่อเทียบกับลิงก์บรรณาธิการ แต่หากหน้าเหล่านั้นมีการเข้าชมจริงหรือเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ ลิงก์อาจสร้างทราฟฟิกที่มีคุณค่าได้ ดังนั้นให้พิจารณาความคาดหวังและบริบทก่อนลงทุนเวลา

ถ้าผู้เผยแพร่ใส่ rel="sponsored" ลิงก์ยังมีประโยชน์ไหม?

rel="sponsored" คือวิธีที่โปร่งใสในการระบุลิงก์ที่เป็นผลจากการชำระเงิน การใส่ rel="sponsored" จะไม่ทำให้ลิงก์มีค่าเป็นศูนย์เสมอไป แต่การประเมินมูลค่าควรขึ้นกับบริบทบรรณาธิการ คุณภาพผู้เผยแพร่ และว่าหน้าได้รับการจัดเก็บหรือไม่

จะรู้ได้อย่างไรว่าหน้าผู้เผยแพร่ถูกจัดเก็บโดย Google?

สำหรับไซต์ภายนอก ให้ใช้สัญญาณสาธารณะ เช่น ผลการค้นหา site: และการค้นหาด้วยข้อความเฉพาะ แต่จงระวังว่า site: เป็นเพียงสัญญาณไม่ใช่ผลยืนยันแบบแน่นอน หากคุณเป็นเจ้าของหน้าที่ต้องการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ให้ใช้ URL Inspection ใน Google Search Console ของโดเมนนั้น

Googlebot ตอนนี้ใช้การรวบรวมแบบไหนเป็นหลัก?

Google ใช้เวอร์ชันมือถือเป็นฐานหลักสำหรับการรวบรวมและจัดทำดัชนี และตั้งแต่กรกฎาคม 2024 Googlebot Smartphone ถูกตั้งเป็น user-agent เริ่มต้นสำหรับการรวบรวมข้อมูล การออกแบบและเนื้อหาควรถูกตรวจสอบจากมุมมองมือถือเป็นหลัก

บทความที่เกี่ยวข้อง